2007/Jun/02

ตอนแรกว่าจะเขียนเรื่องการเมือง...
แต่ไหนๆช่วงนี้ก็เครียดติดๆกัน ก็เลยเอาซะหน่อย มีอะไรก็เอาให้หมดๆไปซะ จะได้ไม่ต้องมีติดค้างอะไรอีก แล้วจะได้เริ่มศักราชบล๊อกไร้สาระอีกสักที
...ยาวนรกอีกแล้ว...
แต่ไม่แน่ คุณอาจจะรู้จักคนๆนี้ มีคนรู้จักที่เหมือนคนๆนี้ หรือดู "สันดาน" เอาไว้รู้ไว้ใช่ว่า เพราะเราก็โง่มาเหมือนกัน

ขอบอกไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่า
กรณีนี้ เราคิดว่าสิ่งที่เราผิดมีเพียงประการเดียว คือ
"การที่เอาเรื่องที่เกิดความไม่เข้าใจกันลงบล๊อกไปในครั้งแรก ซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่ดี เพราะคิดว่าเราประจานและด่าเขาลับหลัง"
(แม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจความหมายของคำว่า "พูดลับหลัง" แม้แต่น้อยเลย
เพราะเราเขียนข้อความในที่ที่รู้ว่าเขามาอ่าน ส่วนเขาเอาเรื่องเราไปคุยกับเพื่อน แล้วส่งเพื่อนมาด่า แบบไหนคือลับหลังกันแน่นะ?)
แล้วหลังจากนั้น เราก็ "โดน" ไปหลายเรื่องมาก
เพราะงั้นเอนทรี่นี้
1. พูดเรื่องที่เราเป็นฝ่าย "ถูกกระทำ" ทางจิตใจ ซึ่งจริงๆแล้วถ้าเป็นเมืองนอกล่ะก็ ฟ้องร้องกันไปเรียบร้อย เรียกค่าเสียหายได้เลย
2. แสดงให้เขาที่คบกันมาครึ่งปีแต่กลับไม่รู้ว่าภาษา "ด่า" ของเราเป็นแบบไหน ให้ได้รู้กัน เพราะเอนทรี่ก่อนๆที่เราพูดจาดีๆ เขาหาว่าเรา "ด่า" เขา เพราะงั้นเอนทรี่นี้ได้รู้จริงแน่ แม้ว่าเราจะตั้งใจให้เอนทรี่นี้ไม่หยาบคาย

ส่วนใครที่จะคอมเมนต์อะไรขอความกรุณาดังนี้
1. ผู้ไม่รู้เห็นเรื่อง อยากจะคอมเมนต์อะไรก็ได้ตามแต่คุณ เพราะคุณไม่รู้เรื่องราวความเป็นมาอยู่แล้วหนิ? ดีออก เราจะได้รู้ด้วยว่าคนอื่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่รู้สึกอย่างไรกับคนแบบนี้ และพรรคพวกแบบนี้
2. คนที่รู้เรื่อง (ซึ่งก็มีไม่กี่คนนี่หว่า) ขอความร่วมมืองดเว้นการลงชื่อคนที่เกี่ยวข้องในเรื่อง แบบว่าถึงเราจะเหนื่อยหน่าย แต่ก็ไม่ชอบระบุชื่อคนในเรื่องฉาวโฉ่อยู่ดี
3. อาจจะมีมาก็ได้ พวกที่ "รู้เรื่อง แต่แกล้งทำตัวเป็นคนไม่รุ้เรื่อง ถอด Login เข้ามาทำเป็นพูดดี แต่หลอกด่า" เราขอบอกว่า ถ้าคุณไม่แสดงตัว ก็อย่าหวังว่าเราจะคุยด้วย อยากพล่ามไรพล่ามไปเถอะ คุณคนขี้ขลาด

เข้าเรื่องดีกว่า...

"อดีต" เพื่อนคนนี้เนี่ยนะ ถ้าจะให้กล่าวโดยสรุปๆอย่างที่เราพิจารณามาราวเดือนนึง เราสรุปได้เลยว่า เขาเป็นคนที่
"ขาดความรับผิดชอบ" และ "รักสนุก"

ในส่วนของความรับผิดชอบนั้น ก็ง่ายๆ เขาไม่เคยรู้ถึง "น้ำหนัก" ของคำพูดของตัวเอง
สักแต่ว่าพูดไปวันๆ ว่างั้นเถอะ
ถามว่าคนที่สามารถชวนเพื่อนไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน แต่ไม่ดูแลปล่อยให้เพื่อนอยู่คนเดียวเนี่ย
เขาจะรู้บ้างไหมนะว่า "คำพูด" ที่เขาชวนเพื่อนมาเที่ยวด้วยนั้น มันมี "น้ำหนัก" มากขนาดไหน
คำชวนไปเที่ยวคำเดียวนั้น มีความหมายไปถึงการดูแล เอาใจใส่ รักษาความปลอดภัย บลาๆ มากมาย
แต่คำชวนของคนๆนี้มีน้ำหนักแค่ "ก็ชวนอ่ะ"
แถมเขายังไม่ยอมรับอีกว่าเอาเราไปแล้วไม่ดูแล
วันนึงคุยกันราวๆสิบกว่าครั้ง ครั้งละไม่เกิน 3 ประโยค ในเวลา 3 วัน
คุณๆคิดว่ามันมากรึเปล่าล่ะ?
ตีให้เลย 3 ประโยคให้มากสุดๆ 3 นาที (จริงๆคงไม่มีใครพูดยาวงี้)
แถมให้สุดๆเลย เวลาส่วนตัว+เวลานอน 10 ชม.
60 x 14 = 840 นาที
คิดเป็นเปอร์เซนต์ก็ (3/840) x 100 = 0.35721428...
0.3 เปอร์เซนต์ ในหนึ่งวัน...
โหหหห เวลาที่เขาให้เรานี่เยอะสุดๆเลยเนอะ~!!
กิจกรรมง่ายสุดแสนง่ายที่ก่อนไปเขาพูดว่า "ไปเล่นกันนะ" ที่มีอุปกรณ์แค่กระดาษ ปากกา เวลาสั้นๆ และสมอง ก็ไม่เคยได้ถูกหยิบออกมาแม้แต่วินาที
แหม๊ พูดง่ายๆก็คือ สิ่งที่เขาพูดชวนออกมาเนี่ย ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเลย
มีความรับผิดชอบกับที่ตัวเองพูดสุดๆ~!!
แถมถ้าระลึกชาติดีๆ เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกหรอก กับการ "ชวนแล้วปล่อยเกาะ" เนี่ย
ตอนนั้นก็มีเกมออนไลน์เกมหนึ่งที่จู่ๆเขาก็ชวนเราไปเล่น
เราที่ไม่เคยแตะเกมออนไลน์มาก่อนในชีวิต ก็ไปเล่นเพราะเขาชวน
สรุปว่า เราเคยเจอกันในเกมครั้งหนึ่ง แล้วเขาก็เลิกเล่นเกมไปเสียดื้อๆ
โชคยังดีที่เรามีเพื่อนคนอื่นเล่นเกมนี้ด้วย ก็เลยยังเล่นมาได้เรื่อยๆ
แถมเรื่องเกมก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไหร่ เราก็เลยไม่สน และก็ไม่เคยตื้อให้เขามาเล่นต่อด้วย
แต่มันก็แสดงให้เห็นแหละว่า เขาไม่เคยมีความรับผิดชอบกับ "สิ่งที่ตัวเองพูดต่อผู้อื่น" เลย ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่
(ตรงนี้มีจำเลยอีกคนนี่นา หึหึ - -+ ไม่เป็นไรน้องเอ๋ย พี่ไม่คิดโกรธน้องหรอก บอกแล้วว่าจริงๆมันเป็นเรื่องเล็กจะตาย ถ้าไม่ใช่ว่ารายนี้ทำเหตุการณ์แสดงความไร้ความรับผิดชอบซะจนเป็นอาชีพล่ะนะ)

นอกจากนั้นยังมีเรื่อง "ไร้ความรับผิดชอบ" ต่อผู้อื่นอีกเรื่องที่
แหม๊ แหม เข้ากะประเทศเราตอนนี้จริงๆ
"กฏหมู่" และ "ศาลเตี้ย"
เขาใช้พรรคพวกของตัวเอง และใช้กฏของพวกตัวเองในการตัดสินเรา
ทั้งๆที่ ตอนแรกและจนถึงตอนนี้ เราพยายามใช้กฏเกณฑ์ของสังคมในการอ้าง
แต่ท้ายที่สุด เราก็โดนแค่เนี้ย "กฏหมู่" และ "ศาลเตี้ย"
คนมีพวกก็คือคนมีอำนาจ งั้นสินะ?
เขาใช้คนกลาง (โอ๊ะ แต่ตอนคุยกะเราบอกว่าไม่ได้ใช้นะ แม้ว่าตอนคุยกะเพื่อนเราจะบอกว่าใช้ก็เหอะ) ที่เป็นพรรคพวกของตัวเอง
ถามว่าคนกลางที่ให้เลือกใช้ ที่เป็นคนกลางระหว่างเราสองคน เป็นเพื่อนเราสองคนจริงๆ มีมั้ย
คำตอบคือ มี และพวกเขาก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือและอยากให้เราสมานสัมพันธ์ด้วย
แต่เขาเลือกใช้คนที่ เป็น "พรรคพวก" ของเขา
และที่เราสัมผัสได้จากสิ่งที่เราถูกกระทำก็คือ คนกลางที่เขาหามาช่วยส่วนหนึ่ง (ขอใช้คำที่ไม่ใช่การเหมารวม เพราะคิดว่าไม่ใช่ทุกคน...มั้ง?) "ไม่ได้ต้องการให้เราคืนดีกัน"
เพราะเราถูก "ทำร้ายทางจิตใจ" ด้วย "วาจา" ตลอด
โดยไอ้สิ่งมีชีวิตตัวกลางนั้นใช้ทั้งวิธี "หลอกให้เชื่อใจแล้วก็เล่นงานลับหลัง"
ด้วยการเข้ามาพูดดี ทำเหมือนว่าเรื่องราวจบ จะเป็นตัวกลางให้ แต่แล้วก็ไม่เคยทำอะไร แล้วพอถึงจุดๆก็มาด่าเราฉอดๆ โดยอ้างว่าเป็นคำพูดมาจากเขาคนนั้น ซึ่งเราก็ไม่อาจทราบได้หรอกว่ามันมาจากเขาคนนั้นจริงรึเปล่า เพราะตัวเขาคนนั้นเองก็พูดจากลับไปกลับมาในครั้งที่ได้คุยกันเพียงครั้งเดียว จากนั้นก็คอยพูดเรื่องต่างที่ทำให้ไม่อาจเดาได้ว่าตกลง "มันโกหกอยู่" หรือ "มันพูดจริง"
แถมยังมีการมาด่าเราอีกว่า "น่ารำคาญ" โดยที่ตอนนั้น ถ้าอิงจากคำพูดของเขาคนนั้น (ซึ่งไม่รู้อีกว่าจริงรึเปล่า) ไอ้ตัวกลางก็พูดคำนี้ด้วยตัวเอง ไม่ได้ผ่านเขามาก่อน
แล้วก็ใช้วิธี "กดดัน" ทางจิตวิทยา
แหม๊ ไม่อยากจะเล่า ประโยคเด็ดสุดของไอ้สิ่งมีชีวิตตัวกลางก็คือ
"คุณยังคิดว่าเขาเห็นคุณเป็นเพื่อนอีกเหรอ"
"ผมเป็นแฟนกับเค้าแล้วนะ"
"คิดเหรอว่าเขาจะพูดความจริงกับคุณ"
แถมยังมีประโยคที่เราได้รับความเห็นจากคนอื่นว่า น่าจะเป็นเหตุที่ไอ้ตัวกลางนี่เล่นไม่ซื่อ คือ
"ตอนแรกอ่ะ เค้าสนิทกับคุณมากกว่าเราอีกนะ"
เพื่อนเราคนนึงให้ความเห็นว่า บางทีการกระทำแบบหน้าไหว้หลังเอามีดเสียบของตัวกลางนี่อาจจะมาจาก "ความกลัวเสียเพื่อน" แบบโง่ๆ ก็เป็นไปได้
ไม่รู้สิ แต่เราก็คิดว่า ถึงขั้นมีอ้างว่าเป็นแฟน (ซึ่งไม่รู้ว่าจริงรึเปล่าอีกแล้ว) มันน่าจะเกินคำว่ากลัวเสียเพื่อนล่ะม้าง? แต่คงเป็นขั้นอื่นมากกว่า
แต่พูดเรื่องแฟน คนอ่านบางคนก็คงจะรู้สึกได้แล้วว่า
อ้าว อีนี่เป็นผู้ชายหน้าตัวเมีย มาพูดจารังแกกดดันได้กระทั่งผู้หญิง
ก็ใช่น่ะแหละค่ะ
ความเป็นเพื่อนมันมีอำนาจสูงสุดจริงๆ
พวกเขาถึงได้รวมพลังกันสร้างศาลเตี้ยสำเร็จโทษทางจิตเราได้ถึงขั้นเกือบต้องไปโรงพยาบาล
(จริงๆควรจะไป แต่ไม่ได้ไปต่างหาก - -...)
แล้วถามว่าพอเขาคนนั้นรู้ถึงเรื่องที่ตัวกลางที่ตัวเองหามาทำไว้ เขาก็พูดแค่ว่า
"อ๋อเหรอ"
แถมมี
"เราสนิทกับเค้า เรารู้ว่าเค้านิสัยแบบนี้แหละ"
แล้วเราควรจะรู้ ยอมรับความเป็นธรรมชาติแสนทรามและโดนด่าโดยดุษฏียภาพสินะ?
มันช่างไร้ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง
ไอ้ตัวกลางเขาก็เป็นคนหามา
แถมมันก็มาด่าเรา ทำร้ายเราในนามของเขา
แต่เขาตอบแค่เนี้ย?
เขามีความรับผิดชอบต่อไอ้สิ่งทุเรศๆที่เพื่อนเขาทำไว้บ้างมั้ยนะ?
ถึงจะไม่ใช่สิ่งที่เขาทำ แต่มันก็เป็นคนของเขา มากระทำกับเรา เขาก็ควรจะร่วมรับผิดชอบด้วยไม่มากก็น้อย
ถ้าถามเรา เราทะเลาะกะ คุณ ก. แล้วคุณ ข. เป็นเพื่อนเรา
เราไม่มีทางยอมให้คุณ ข. ไปด่า คุณ ก. เฉยๆหรอกน่ะ
มันทุเรศ
แล้วยิ่งกว่านั้น คุณ ก. กับ คุณ ข. ไม่ใช่เพื่อนกันด้วย
มันสมควรมากเลยนะ ที่ให้เพื่อนตัวเองไปเที่ยวด่าคนอื่น แล้วตัวเองนอนสบายอยู่เฉยๆ โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
เยี่ยมค่ะคุณ!
ที่ยิ่งไปกว่านั้น เขาอ้างว่า ตัวกลางของเขาเห็นว่าเราเป็นเพื่อน
สำหรับเรา 3 วันที่เป็นหมาหัวเน่า ไม่อาจเห็นใครเป็นเพื่อนได้จริงๆ
คำว่า "เพื่อน" ของเรามัน "หนัก" กว่านั้นเยอะมากมาย
(ซึ่งตอนนี้เรารู้แล้วว่าเวลา "ครึ่งปี" ที่คนๆนึงมาทำดีกับเรา มันก็คงไม่อาจยืนยันได้ว่าคนๆนั้นจะดีกับเราจริงๆ)
แถมคนในนั้นยังเป็นคนที่ "รู้ว่าใน 3 วัน เราไม่สบายใจจนต้องโทรไปร้องไห้กับเพื่อน" แต่สิ่งที่คนนั้นและตัวเขาเองด้วยทำคือ "เก็บมันมาเป็นมุกตลก"
คนแบบนี้ให้เราเรียกว่าเพื่อนเหรอ?
แล้วคนแบบนี้จะคิดว่าเราเป็นเพื่อนจริงๆเหรอ?
ขออ้วกแรงๆไม่แพ้ตอนดูคดียุบพรรคหน่อยเหอะ
แต่ก็ไม่แน่นะ บางทีมิตรภาพของพวกนั้นอาจจะเป็นการ "ด่า ทับถม ประนามหยามเหยียด" กันก็ได้
เพราะ 3 วันที่เราไปมา ก็คุยกันแต่เรื่องนินทาคนอื่นนี่
ถ้าไม่นินทาคนอื่นก็พูดแต่เรื่องเซ็กส์
(สาบานเถอะว่าพวกนี้คุยกันเรื่องพวกนี้ต่อหน้าผู้หญิงที่ตัวเองเจอกันเป็นครั้งที่สอง และตอนเจอกันครั้งแรกก็แทบไม่ได้คุยกัน)
สรุปว่า ในประเด็นนี้เขาไม่รับผิดชอบกับกฏหมู่และศาลเตี้ยที่คนกลางที่ตัวเองหามาทำกับเรา แม้แต่นิดเดียว
และยังปกป้องอีกต่างหาก
เอาเถอะ พวกเขาก็คบกันมานาน มันจะ "เห็นแก่พวกเดียวกัน" ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ก็ขอให้เจ๊เป็นดาวค้างฟ้าท่ามกลางผู้ชายที่จ้องตัวเอง ผู้ชายที่อ้างว่าตัวเองเป็นแฟน และผู้ชายที่จะเอาเพื่อนตัวเองไปจิ้นช่วยตัวเองต่อไปละกันนะ
ตามสะดวกคุณเถอะ
(สาบานเถอะ ว่าเขาเคยแสดงตัวว่าเป็นเฟมินิสต์
ยอมรับเถอะว่า การเป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มผู้ชายมันเป็นความสุขอย่างหนึ่งของเขา
เขาอาจหลงคิดว่า นั่นคือ เฟมินิสต์ ความเท่าเทียมทางเพศ
แต่จริงๆแล้วมันก็คงเป็นแค่ เขาอยากเป็นราชินีที่มีคนเอาใจ เหมือนอย่างที่ตัวละครแต่ละตัวที่เขาชอบ ล้วนแต่เป็นพวกเอาใจผู้หญิงทั้งน้าน มันส่อสันดานออกมาให้เห็น
สำหรับเราแล้ว เรามองว่ามันไม่ใช่เฟมินิสต์หรอก เพราะเขายอมให้เพื่อนตัวเองพูดจาย่ำยีผู้หญิงคนอื่นได้ มันก็เป็นแค่อาการ ฮิสทีเรีย ซะมากกว่า
และในสายตาของคนอื่นๆน่ะ เขามองแย่กว่าเราอีกด้วยซ้ำ... ไม่อยากจะพูดเล้ย...)

ความไร้ความรับผิดชอบอีกเรื่องก็คือ
เขาคนเนี้ยยยยแหละ
เป็นคนเปลี่ยนพาสเวิร์ดเมล์กลุ่ม ทำให้คนอื่นเข้าไม่ได้
แล้วพอเราส่งคนกลางไปถาม เขาก็ตอบว่า "เพื่อความปลอดภัย"
พอเพื่อนเราลากไปคุย ก็โต้เถียงกันไปมา โดยที่เขาไม่ยอมบอกพาสเวิร์ดใหม่
หลังจากนั้นที่เขาออกไปแต่ทิ้งสถานนะ MSN ไว้เป็นไม่อยู่ แถมส่งลูกสมุนจากในกลุ่มมาไว้อีกหนึ่งตัว
แน่นอนว่า เราคุย เราก็ทิ้งความเกรงใจไปเยอะแล้ว
พูดไม่ได้ต่างจากเนื้อหาพวกนี้หรอก แต่ภาษาอาจจะดีกว่านี้หน่อย
สิ่งที่ได้ตามมาก็คือ
หลังจากนั้นเขาเปลี่ยนพาสเวิร์ดบล๊อกกลุ่ม แล้วประกาศปิดบล๊อกไปเลย
ถามว่า เขามีความรับผิดชอบต่อบล๊อกกลุ่มที่ช่วยกันทำมั้ย?
คำตอบคือ แบบนี้เรียกว่ามีกะผีเหอะ
ตอนแรกเรื่องมันเริ่มที่เราไม่พอใจกับการโดนชวนไปเขวี้ยงทิ้ง
ถ้าเราจะทำลาย "กลุ่ม" ซะ เราก็ลงมือได้เลย
ถามว่าเราทำมั้ย?
จะบ้าเรอะ ของที่ "คนหลายๆคนร่วมกันสร้างมา" เราจะมีสิทธิอะไรไปทำลาย
เราก็ยังแว่บไปอัพบล๊อกกลุ่มได้ อย่างที่หลายๆคนเห็น
เพราะเราถือว่า นั่นคือ "ความรับผิดชอบ" ต่อ งานที่ตัวเองเป็นคนยอมรับเองว่าจะ "ทำ"
เพราะงั้นไม่ว่ามีอะไร เราก็จะไม่ทิ้ง
แต่เขาคนนั้น เขวี้ยงกระจาย
ช่างน่าประทับใจกับการกระทำ
"โกรธเพื่อนร่วมงาน เผาบริษัท" จริงๆ
(แอบด่านิด อีลูกสมุนนั่นก็เหมือนกัน ทำตัวเหมือนจะมาเป็นคนกลาง แต่ก็เอนไปทางด้านโน้นสุดๆ น่ารำคาญน่ะ
ทำตัวเหมือนรายการ หลุม ..ตื้ด.. ที่พยายามอ้างว่าเข้าใจคุณนะ เป็นพวกเดียวกันนะ
ทั้งที่จริงๆก็ไม่ได้คิดแบบนั้นซะหน่อย
แถมอะไรก็พูดน่ะ หัดรักษาซะหน่อยก็ดีนะ ไร้ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองพูดเหมือนกันเล้ย พันธุ์เดียวกันจริงๆ
ถ้าได้มาอ่าน นึกออกรึยังว่าพูดอะไรไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วทำไม่ได้น่ะ?)

อีกเรื่องนึงที่เอาเข้าคดีความได้ก็คือ
เฮ้ย 500 เมื่อไหร่จะจ่าย?
เงินแค่นี้จ่ายไม่ได้เรอะ
ไอ้ที่อ้างว่าทำงานยุ่งๆซะจนทำไม่ได้แม้แต่รับโทรศัพท์เราเพื่อแจ้งว่ายุ่ง ทั้งตอน สาย ตอนเย็น และตอนค่ำมืด น่ะ (แต่มีเวลาไปเที่ยวกับเพื่อน)
เงินมันหายไปไหนหมด?
หรือว่าไม่อยากจ่าย?
ทางนี้เพราะว่าไว้ใจหรอกนะ ถึงได้ให้ของไปก่อน
แต่กลับไม่ยอมจ่ายค่าส่ง แบบนี้แปลว่าอะไร?
500 นี่ลดราคาให้แล้วด้วย ยอมอ่อนให้ถึงขนาดนี้แล้ว
ก็ยังทำกันได้แบบนี้
ข้อนี้จะมีข้อแก้ตัวไหมนะ
เราก็รอมาสองเดือนแล้วเนี่ย
เจ้าตัวก็ถึงขั้นมาเที่ยวในกรุงเทพได้แล้วด้วยซ้ำ
จะแว่บมาโอนเงินในกรุงตอนมาเที่ยวเพื่อไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมก็ยังได้
แล้วบัญชีเราก็โบ๋เบ๋
เหอะๆ เป็นคนดีจริงๆนะ
ถ้าเราทำงานหาเงินเป็นตัวเป็นตนได้แล้ว กะอีแค่ 500 ก็ปล่อยๆให้ก็ได้ คิดซะว่าเสียค่าโง่
แต่เผอิญว่า เงินเรา เราก็ยังเอาของคนอื่นมาใช้
เรื่องอะไรจะต้องยอมให้เงินที่คนที่เรารักหามา ปล่อยไปให้คนที่มันอยากจะฆ่าเราเอาไปใช้ง่ายๆล่ะ?
ตัวเขาเองก็ทำงานแล้ว น่าจะรู้คุณค่าของเงินนะ
ว่าเงินแค่ 500 ต้องมาโกงเขาเอาเนี่ย
มันเสียเกียรติ์ตัวเองบ้างมั้ย?
หรือว่าเขาไม่มี?

ส่วนเรื่อง "รักสนุก"
เราขอพูดง่ายๆเลย
เราแค่สรุปได้ว่า เขา เป็นคนประเภทที่คบเพื่อน "เพื่อความสนุก"
นั่นแปลว่า ทันทีที่ไม่สนุก เขาก็พร้อมจะชิ่งทันที
เหมือนอย่างเนี้ย
ก่อนหน้านี้ เขาเป็นฝ่ายเข้าหาเราเอง เป็นคนทัก เป็นคนเริ่มเปิดประเด็น
เป็นคนที่ทักเอ็มเราทุกวัน
และถ้าวันไหนที่เราไม่ได้ออน ก็จะต้องโทรมาหาทุกคืน
ทำไมน่ะเหรอ?
ก็เพราะคุยกะคอเดียวกันมันสนุกน่ะสิ
แต่ทันทีที่มีเรื่องเกิดขึ้นปุ๊บ
ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ผิด หรือวูบนึงที่เขาเคยคิดว่าอยากปรับความเข้าใจ
ทำไมถึงไม่โทรมา และไม่รับสาย
ก็เพราะว่า มัน "ไม่สนุก" แล้วน่ะสิ
อยากจะไปกระตุ้นต่อมประสาทจริงๆว่า ถ้าทำเพื่อแค่ "ความสนุก" แล้วเนี่ย
เขาเรียกว่าเพื่อนแท้ เพื่อนสนิท เหรอ?
สำหรับเราแล้ว มันไม่ใช่เลยแม้แต่นิดเดียว
ถ้าเป็นคนที่เราเรียกว่าเพื่อนสนิท นั่นคือเราพร้อมจะมีทุกอารมณ์ร่วมกัน ไม่ว่าจะสุข ทุกข์ ทะเลาะ กระโดดถีบ หรือเถียงกัน
ไม่ใช่โกรธแล้วเปิดหางหนีไปแบบนี้
แถมไม่เปิดอย่างเดียว นิ่งสนิท เงียบสงัด
แล้วส่งลูกสมุนมาทำร้ายกัน
ของแบบนี้ใครจะเรียกว่าเพื่อนบ้าง?
หรือจะบอกว่าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนแล้วก็เถอะ
ถามจริงเถอะว่า ใครบ้างกับเรื่องแค่นี้ต้องทิ้งเพื่อน และต้องทำร้ายคนที่เคยเป็นเพื่อนเหมือนจะฆ่าให้ตายด้วย?
ถ้าเราเป็นคนคิดสั้นกว่านี้อีกนิด
เราก็คงเป็นผีไปหลอกเขาแล้วล่ะมั้ง
ส่วนเขาก็คง...
ไปตามเพื่อนตัวเองมาสวดมนต์ไล่เรา

สรุป...
เกรียนอ่ะ
เกรียน
ก่อนหน้านี้ตอนดีๆ ชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่ พูดจามีเหตุผล
แต่พอมีเรื่องแล้วก็ไร้เหตุผลซะงั้น หนีหายแว่บ แล้วตามคนอื่นมารุมเล่นงาน
แบบนี้ไม่เรียก "เกรียน" แล้วเรียกว่าอะไรดี?

คนที่รู้ว่า "เขา" เป็นใครน่ะ
เราไม่ได้บอกว่าให้เลิกคบหรอกนะ
เพราะเราก็ไม่ชอบทฤษฏี เพื่อนเกลียด กรูเกลียด (แม้ว่าเขาและเพื่อนๆของเขาจะยึดถือก็ตาม)
แต่จะบอกว่า ระวังตัวเองไว้ คิดให้ดีว่าตัวเองเป็นเพื่อน "ระดับ" ไหนของเขา
ถ้าเป็นแค่หางแถวอย่างเรา ก็อย่าสะเออะไปมีเรื่องใดๆ
ไม่งั้นอาจจะโดนแบบเราได้
และก็ระวังด้วยล่ะ เพราะการที่เขาพูดคุยกับคุณทุกวัน
นั่นไม่ได้แปลว่าคุณอยู่ในระดับที่จะออกเสียงได้ว่า "เขาทำไม่ดีกับคุณ"
ถ้าเราจะมีสิ่งผิดอีกอย่าง ก็คงต้องเป็น
"เราผิด ที่คิดว่าเขาเป็นเพื่อนแท้ที่พูดจากันรู้เรื่อง"
จริงๆเล่นสนุกจิตวิเคราะห์ไว้อีกหลายเรื่อง แต่เอาแค่เฉพาะเรื่องที่มันเนืองๆกะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นละกัน
แต่ถ้ามีใครอยากให้ต่อ ก็ต่อได้ล่ะนะ - -+
ไม่นึกว่าก่อนการเล่นจิตวิเคราะห์เซมไปเลิฟๆจะได้มาจิตวิเคราะห์มนุษย์เป็นๆซะก่อน

ส่วนคนที่ไม่รู้
เราก็อยากรู้ว่าอ่านเรื่องพวกนี้แล้วคิดยังไง
ว่าคนเราควรจะส่งเพื่อนตัวเองไปด่าคนอื่นมั้ย?
ควรจะถล่มกลุ่ม ถ้าเราไม่พอใจคนนึงในนั้นมั้ย?
และถ้าไม่พอใจคนนึง เราควรจะเบี้ยวตังค์มันใช่มั้ย?

ปล. คำพูดทั้งหมดที่โควทมา ยังมีที่มา มีหลักฐานอยู่ในเครื่อง จะเอามาลงเล่นก็ยังได้ แต่ไม่เอาดีกว่า เลยใช้วิธีเรียกออกจากความทรงจำ เลยอาจจะไม่ถึงกะเป๊ะๆ 100% แต่ถ้าใครอยากเห็นตัวจริงเพื่อความชัวร์เป๊ะ ก็เรียกร้องเอามาลงให้ได้นะ หึหึ
ปล.2 เอนทรี่เก่าๆเกี่ยวกับเรื่องนี้จะรื้อขึ้นมาให้ดูทั้งหมด ถ้าใครอยากรู้ก็ไปเปิดๆดูได้ มีไม่กี่อันเองน่ะแหละ ใครไม่รู้เรื่องแต่ชอบตามอ่านเรื่องคนอื่นก็ลองๆเปิดๆดูไปเล่นๆเอามันส์ก็แล้วกัน เพื่อนๆคนไหนอยากรู้เรื่องราวทั้งหมดติดต่อหลังไมค์ได้นะคะ หุๆ แต่จะขอปิดคอมเมนท์ มีอะไรมาลงที่เอนทรี่นี้ดีกว่า สะดวกดี สาเหตุที่เปิดก็ 1. เผื่อบางคนที่นิสัยเหมือนเรา คือ ชอบดูคนกัดกัน จะได้ไปรู้เห็นเรื่องราว 2. ตอนนั้นยอมปิดให้เพราะคิดว่า "คุยกันรู้เรื่องแล้ว" แต่ในเมื่อจริงๆไม่รู้เรื่อง เราก็ไม่เห็นจำเป็นต้องปิด? ถ้าเขาทำร้ายเรา เราต้องทำถามที่เขาบอกเหรอ?
ปล.3 พวกลูกสมุนและสิ่งมีชีวิตตัวกลางเป็นเพศชายหมด เลยอยากถามเผื่อตรงนี้นิดว่า ผู้ชายเนี่ย มันเป็นแบบนี้หมดรึเปล่า ถ้าใช่ เราจะได้เลิกคิดเรื่องแต่งงานซะที
ปล.4 (ชักเยอะ - -...) เผื่อไว้ ถ้าหากว่าคนๆนั้นได้มาอ่าน แล้วคิดจะมาด่า มากดดันเราใน MSN ต่อ ก็ตามสบายนะคะ แต่จะไม่เสวนาด้วยหรอกค่ะ
ปล.5 ชื่นชมคนที่อ่านมาถึงตรงนี้จริงๆ ไม่ว่าคุณจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวก็ตาม (คนไม่เกี่ยวยิ่งน่าชมใหญ่ เยี่ยม~!!)

...เอนทรี่นี้ก็ไม่ค่อยสำนวน "ด่า" เท่าไหร่แหะ - -...

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
นั่งอ่านจนจบ

บอกได้คำเดียวว่า เหนื่อยจัง

แต่นับถือจากใจนะคะ ที่คุณเป้นคนใจกว้างมาก


แต่ว่านะ ใครทำอะไรไว้ วันหนึ่งได้รู้กัน "

#1  by  พริย์ริสา At 2007-06-02 21:46, 
- -
ตอบในฐานะที่เปงคนไม่รุเรื่อง
พออ่านแร้ว ตรูก้อไม่รุเรื่องเหมือนเดิม 555 = =
ก้ออ่านแร้วมานไม่เข้าใจนี่หว่า T_T
แต่เรื่องให้เพื่อนมาด่านี่ก้อนิสัยไม่ค่อยดีแร้ว ไม่คืนเงินนี่เรวววก่า T_T
โฮกก..........เงินทองสำคัญยิ่งแต่ไม่น่าเชื่อว่างกๆอย่างแกรให้ชาวบ้านยืมด้วย กร๊ากกกก........
ไม่ได้เข้าเกมเปงชาติแระ มัวแต่ไปดูน้อง
ตารางเปิดเทอมก้อนรกสิ้นดี = ="
ตอนนี้เซงจับจิตT_T
#2  by  SilverKnight At 2007-06-03 00:13, 
ก็ขอให้เลิกแล้วต่อกันไปเถอะค่ะ อย่าได้คิดเอามาอาฆาตพยาบาทต่อกันอีกเลย ยิ่งทำไปก็จะยิ่งเป็นผลเสียต่อตัวเองนะคะ ฉันคงพูดได้แค่นี้แหละค่ะ
#3  by  ยูเอะ (61.91.188.110) At 2007-06-03 02:35, 
เอ็นทรีีนี้ยาวจริงๆ เราเองก็ไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียดของเรื่องนี้เท่าไหร่หรอกนะคะ แต่ ว่าพอจะเข้าใจอารมณ์ถูกชวนไปปล่อยเกาะ พอสมควร เพราะเคยเจอมากับตัวเอง เราดีกว่านิดนึงตรงที่พอไม่ชอบเราก็อยู่กับตัวเองไม่สนใจใครซะเลยไปได้ แต่หลังจากนั้นอย่าหมายว่าจะชวนเราไปได้อีก แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดมากมายที่ถึงขั้นให้เลิกคบกันไป หรอกค่ะ ถ้ามันจบแค่นี้นะ ถ้าเขายังไม่ยอมจบเรื่องปล่อยให้คนสนิทเขามาตามราวีเราเรื่อยๆ แล้ว ไม่ทำอะไรเลยนี่สิ นอกจากจะเลิกคบกันไปเลย แล้วตามไปว่าเขาตรงๆ แถมเลยก็ได้ เพราะมันก็มีค่าเท่ากับเขาว่าด้วย เพราะถึงแม้ไม่เอ่ยปากเอง แต่ก็ปล่อยให้คนสนิทเขามาตามว่าเราโดยรู้ทั้งรู้นี่ก็ค่าเท่ากับว่าด้วยตัวเองเหมือนกันล่ะ

และเรื่องเงินๆทองๆนี่ เพื่อนรักแตกคอกันมาง่ายๆก็เพราะมันนี่แหละ บอกได้คำเดียว ริจะคบกันให้ยืด อย่าให้เพื่อนยีมเงินค่ะ แต่ถ้าช่วยเหลือกันแล้วผลัดกันเลี้ยงก็ได้อยู่

อ้อ ตอบ ปล. 3 พอดี ก็พอดีที่ทำงาน มีผู้ชายอยู่หลายคน ได้แต่บอกว่า ส่วนมากผู้ชาย ถ้ายิ่งเห็นว่าสนิทกันเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งไม่ค่อยจะมองคุณเป็นผู้หญิงมากขึ้นเท่านั้น แหละค่ะ ถ้าอยู่กับคุณ แค่ 2 คนเขาก็ไม่คุยเรื่องผู้หญิงกันหรอก แต่ถ้าอยู่เป็นกลุ่ม ละก็ลืมไปเลยล่ะว่ามีเราเป็นผู้หญิงอยู่ในกลุ่ม ถ้าคุณไม่ชอบ บอกไปเลยค่ะ ว่าเกรงใจเราหน่อยนึง อย่าพูดอะไรให้มันลามปามมาก แม้บทสนทนาจะเจื่อนไป แต่ก็ยังดีกว่าเรามาไม่สบายใจคนเดียวค่ะ และที่สำคัญ ถ้าเป็นเพื่อนกันจริง แค่ถูกเบรคบทสนทนานิดเดียว ก็ยังเอามายึดติดอีกนี่ก็ ปล่อยไปเหอะ แย่กว่าไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่น่าคบทั้งนั้น
#4  by  Anna (58.9.115.141) At 2007-06-03 19:30, 
เรื่องยาวมาตั้งแต่สมัยไหนเนี่ย = = ได้ข่าวว่ามันเกิดมาตั้งแต่เมื่อตอนก่อนไปอบรมด้วยกันอีกไม่ใช่เหรอ..??

(แล้วเราอยู่ข่ายไหนดีล่ะ = = รู้เรื่อง แต่ไม่รู้คนล่ะมั้ง)

เรื่องเอาเพื่อนมาด่านี่รู้สึกว่าจะพอรู้บ้างแล้ว จากคอมเม้นท์บล็อกครั้งตะก่อนโน้น... ก็คาดอยู่ว่าอาจจะมีกรณีนี้อีก แต่ผู้ชายเป็นแบบนี้กันไหมอันนี้ก็ตอบแกไม่ได้ = = เพราะเพื่อนผู้ชายเราก็เยอะซะเหลือเกิ๊นนนน ก๊งเราอ่ะ มีกี่คน ฮึ =x=

ส่วนเรื่องยืมเงิน เรื่องนี้จบได้แต่ต้องเอาเงินคืนให้ได้นะ - -+ ไม่งั้นแกจะบ่จี๊ไปกี่เดือนล่ะ ขนาดจะไปกินบุฟฟเฟ่ต์เค้กยังไม่ได้ไปเพราะไม่มีเงินเลย~ T T!! เพราะคนๆนี้ไม่ได้คืนเงินสินะ เรากะทรายถึงอดบุฟเฟ่ต์เค้ก ซิกๆ

ก็อย่างที่ว่าแหละมั้ง... สรุปก็คือ ถ้าอยากรู้จักเพื่อนคนนึงให้มากขึ้นให้ไปไหนค้างคืนด้วยกัน (ไม่นับเข้าค่ายยุว-เนตรนารีล่ะมั้ง 55+ แต่ถึงไม่นับ (รึนับตอนม.ต้นยังไม่รุจักแกนี่ฟร่า ถ้าตอนนั้นก็นอนคู่กะทราย) เราก็ยังเคยได้นอนด้วยกันนะคะ อ้อล์ขา - -+ ค่ายวิทย์ตอนม.5ไง) เค้าว่าถ้าไปนอนด้วยกันแบบนี้จะได้เห็นธาตุแท้กันได้ง่ายที่สุด (และมีเหตุให้ทะเลาะกันได้มากสุด)

ไม่ได้เข้าเกมอยู่เหมือนกัน เปิดเทอมมาเจอชี้ทวิชาดราม่า กะ ฟิคชั่นแล้วอยากตาย แถมด้วยวิชา อังกฤษว่าด้วยเรื่องการส่งออกอีก (จาเรียนหาอะไรเนี่ย TwT จะไปทำงานด้านส่งออกก็ไม่ใช่ เพื่อนเราทำท่าอยากจะดรอปกัน แต่ดรอปตัวนี้ก็ไม่รู้จะลงอะไรอยู่ดี) อ.จะฆ่าหนูด้วยกองชี้ทที่ต้องอ่านใช่ไหมคะ T T!! โมเดิร์น ดราม่า 8 เรื่อง ฟิคชั่นอีกกะปึก (+หนังสือ... ที่ยังมาไม่ถึง) อินโทร ฟิคชั่นอีก ปึกย่อย (+ เรื่องในเนท)

ป.ล. ขอรู้ตารางเรียนวันที่ว่างหน่อยจิ~ เผื่อบางทีมีไรจะได้กะเวลาโทรถูก ของเราว่างวัน พุธ พฤ. พุธ เลิก บ่ายโมง พฤ. เลิก เที่ยงครึ่ง จันทร์กะศุกร์เรียนนรกไม่มีพัก ไม่มีเบรก ถึง 4โมง อังคารมีลงพละไว้ = = ถึง5โมง

ป.ล. 2 ทวงเงินให้ได้นะ = =b น่าเกลียดอ่ะ ปกติพวกนี้ต้องให้เงินแกมาก่อนเอาของไปด้วยซ้ำ แต่เอาเถอะ ก็ตอนนั้นแกยังถือว่าเขาเป็นเพื่อนนี่นะ เลยกลายเป็นระบบเชื่อ = =

ป.ล. 3 (ที่นอกเรื่อง) นายท่านทรมาบอกว่าเจอร้านตัดรองเท้าบู้ท ครึ่งแข้ง 1200 ถึงเข่า 2000 ล่ะ >w<~~~ ดีไซน์แบบได้ตามใจชอบด้วย~~~ นายท่านว่าไปเจอคู่ที่ลุงตัดออกแนวโลลิต้าน่ารัก~~~ อยากได้ ~~~ ไว้ไปเดินหาร้านกันนะคะ อ้อล์ขา~~~ เห็นว่าอยู่แถวบ้านแขก
#5  by  tsukasa (58.9.85.148) At 2007-06-05 19:26, 
entry ยาวมาก แต่เข้าใจนะคะ เพราะว่า"เคย"โดนอย่างนี้มาก่อนจากคนที่ใกล้ชิดนี่แหล่ะ ทำเอาช้ำไปหลายเดือน เอาเป็นว่าประสบการณ์จะสอนให้เราเข้มแข็ง ถือเป็นบทเรียน
"ไม่มีคำว่าเพื่อน ในเรื่องเงิน" เพราะฉะนั้น ใครจะว่าเรางกหรือขี้เหนียวก็ช่าง ขอให้ safe เราไว้ก่อน
เข้มแข็งนะคะ
#6  by  munus (125.27.128.45) At 2007-06-09 15:37, 
เพิ่งได้เข้ามาอ่าน พอดีพักจากอ่านหนังสือเรียน ก็เลยเข้ามาย้อนๆอ่านเอนทรี่ที่ยังไม่ได้อ่าน เลยมาเจอเอนทรี่นี้ แฮะๆ

เป็นอีกคนนึงที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับเขา แต่ก็ชอบฟังเรื่อง 555 เพราะส่วนตัวเป็นคนที่มองคนไม่ค่อยออกอยู่แล้ว โดนเพื่อนๆว่าซื่อประจำ ก็เลยชอบฟังเรื่องคนอื่นจะได้ไม่เป็นกบในกะลาเท่าไหร่นะคะ ^^'

พออ่านตอนต้นถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่อง ก็แอบนึกถึงตัวเองนิด คือมีครั้งนึงเมื่อหลายปีก่อน เราก็เคยชวนเพื่อนมานัดของกลุ่มแหล่ะค่ะ พอชวนมาก็ทักเขา คุยบ้างแต่ก็ไม่ได้คุยกับเขาเท่าไหร่เพราะคุยกับคนอื่นอยู่ แต่จริงๆเขาก็รู้จักคนอื่นๆนะคะเพราะอยู่กลุ่มเดียวกัน แต่เขากลับนั่งนิ่งไม่คุยกับใคร ผ่านไปสักพัก เขาก็ขอตัวกลับ พอเขากลับไปแล้วถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านี่เราทำตัวแย่รึเปล่าเนี่ย ชวนเขามาแต่ไม่ชวนเขาคุยเท่าไหร่ เพราะมัวไปคุยกับคนอื่นอยู่ แอบรู้สึกผิดเหมือนกัน แต่ก็ไม่กล้าโทรไปขอโทษเพราะรู้สึกแปลกๆ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรนะคะ ทีนี้พอมาอ่านเลยนึกย้อนไปถึงตัวเอง... ตกลงว่าเราทำตัวแย่จริงๆสินะคะ T^T ไม่ได้ตั้งใจน้า~ แต่ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น เราก็บอกกับตัวเองไว้ว่าคราวหน้าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วนะคะ >.<

จากที่อ่านเรื่องเพื่อนๆของเขาแล้ว.. อืมมมม เราก็ไม่อยากจะตัดสินอะไรลงไปนะคะว่าเขาเป็นคนยังไง แต่ทั้งเรื่องที่ชอบให้คนเอาใจ เป็นผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม และเรื่องที่คุยกันก็นะ..ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่รู้สิ เอาเหอะ~ (สรุป.. จะพูดเพื่อ?) เรื่องนั้นยังไงก็ได้ แต่เรื่องที่เหลือนี่สิคะ ทำเอาอึ้งจริงๆ ไม่มีความรับผิดชอบก็เรื่องใหญ่ที่น่าโมโหอยู่แล้ว แต่เรื่องแบบนี้เราว่ามันก็มีกันได้นะสำหรับบางคนโกรธๆอยู่เขาอาจจะทำ แต่เรื่องปิดบล็อกเปลี่ยนเมลล์นี่.. ไม่ไหวจริงๆค่ะ ไม่เคยเจอแบบนี้เลยอ่ะ! ถ้าไม่ชอบก็เลิกกันไปเลย ไม่ต้องคุยกัน ไม่ต้องมาอัพบล็อก ไม่ต้องสนใจ อันนั้นยังเข้าใจ แต่ทำไมต้องทำแบบนี้ล่ะ!! พาลกันชัดๆเลยแฮะ!!! แสดงว่าเป็นคนเจ้าโมโหจริงๆนะ ทำให้นึกถึงพวกหญิงร้ายๆ ประมาณ.. ถ้าทำให้เกลียด ชั้นจะตามทำลายทุกอย่างของเธออะไรประมาณนั้นเลย sad smile

เรื่องเพื่อนตัวกลางนี่ไม่ไหวจริงๆค่ะ เจอแบบนั้นเข้าไปเราก็คงอึ้งเหมือนกันค่ะ ไม่ใช่แค่อึ้งแต่ก็ต้องโกรธมากด้วยแหล่ะค่ะ นิสัยแย่จริงๆ ผู้ชายแบบนี้นี่... พูดได้คำเดียวว่าแย่มากอ่ะ

ถ้าถามว่าผู้ชายเป็นแบบนี้ทุกคนไหม? อันนี้คงต้องบอกว่า ไม่ใช่หรอกค่ะ เพราะเพื่อนสนิทเรา พี่ชายเรา เขาไม่เป็นแบบนี้แน่นอนค่ะ!! ผู้ชายดีๆก็มีค่ะ เพียงแต่มีน้อย เพราะงี้ล่ะ เราเองถึงได้ไม่ค่อยชอบผู้ชายเหมือนกัน เหอๆๆๆ ไปตามหนุ่มๆในดิจิตอลดีกว่า double wink

เห็นแอนจังพูดถึงว่าผู้ชายที่สนิทจะเริ่มพูดอะไรที่ลามปามก็เลยขอพูดนิด.. เราว่ามันก็ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนนะ อย่างน้อยเพื่อนที่สนิทกับเราคนนึงเขาก็ไม่เป็นอ่ะ เขาก็ยังพูดดีอยู่นะ แต่เอ.. หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขารู้ว่าเราไม่ชอบคนที่พูดจาไม่สุภาพรึเปล่าน้อ? เขาก็เลยไม่พูด ฮะๆๆ

เรื่องเงิน.. น่าโมโหจริงๆ แต่คงทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะดูจากรูปการณ์แล้วก็คิดได้ว่าเขาไม่มีทางคืนหรอก~ เราก็คงพูดได้แต่ว่า มีสองทางให้เลือก
1.คิดซะว่าทำบุญ(อโหสิกรรมให้เขา)
2.คิดซะว่าเราไม่ได้ให้เงินเขา แต่เขาเอาเงินเราไปโดยไม่คืน เขาติดหนี้เรา เพราะฉะนั้น ชาติหน้าเขาจะต้องได้มาใช้หนี้เราแน่ๆ!!!

พูดแค่นี้แล้วกัน เริ่มยาวแล้ว ^^"

ปล.เห็นด้วยว่าwasseryซังเป็นคนใจกว้างมากๆ! ถ้าเป็นเรา ไม่แน่โดนแบบนี้เข้าไป พอเราไปถามแล้วเขาบอกแค่ว่า อ๋อหรอ และไม่สนใจว่าเราโดนเพื่อนเขาด่า เราอาจจะโมโหจนตัดขาดการเป็นเพื่อนตั้งแต่แรกแล้วค่ะ ไม่มานั่งคุยนั่งพยายามคืนดีอยู่แบบนี้หรอก แต่จริงๆเราก็พูดอะไรไม่ได้ล่ะนะ เพราะว่าเราก็ไม่รู้ว่าคุณกับเขาเป็นเพื่อนกันขนาดไหนเนอะ? ถ้าคิดว่าสนิทกันมาก เราก็คงจะยังคงพยายามอยู่มั๊ง?? พอดีไม่เคยเจอกับเพื่อนที่คบกันมานานก็เลยไม่รู้น่ะค่ะ

ปปล.เดี๋ยวจะลองตามไปหาเอนทรี่อื่นๆอ่านดูนะคะ question
#7  by  ma_ki At 2007-11-27 21:34, 
ไปนั่งอ่านมาแล้ว เลยขอกลับมาคอมเม้นท์เพิ่ม (เม้นท์อีกคงไม่ว่าสินะคะ sad smile )

อ่านแล้วอึ้งค่ะ เอ่อ... ทิ้งขว้างกันขนาดนั้นเชียวหรอ sad smile อ่านแล้วเครียดแทน

เรื่องโรคซึมเศร้า พี่เราเองก็เคยเป็นเหมือนกันเลยค่ะ โรคนี้น่ากลัวนะคะ เราก็กลัวเป็นเหมือนกัน >.< พยายามอย่าเครียดมากนะคะ แต่เรื่องกินยานี่.. จริงๆเราไม่ค่อยแนะนำสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นหนักนะ เพราะการกินยามีผลข้างเคียงเยอะค่ะ ไม่แน่จากที่หายจากโรคจิตชนิดซึมเศร้า อาจจะกลายเป็นโรคจิตชนิดอื่นแทนไปก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นหนักจริงๆก็ควรกินล่ะนะ~
#8  by  ma_ki At 2007-11-27 21:53, 
ขออีกนิดแล้วกัน เฮะๆ พอดีเห็นว่าพูดแต่ด้านฝ่ายwasseryซัง เลยขอพูดกลับกันทางฝ่ายอีกด้านบ้าง

เรื่องที่คุณทำแล้วเราว่าไม่ค่อยดีก็คือ เรื่องที่ไม่พูดนั่นล่ะค่ะ ถ้ามีเรื่องที่ตะขิดตะขวงใจ แรกๆทนหน่อยก็โอเค แต่ถ้าเริ่มรู้สึกไม่ดี พูดออกไปจะดีกว่าค่ะ เพราะถ้าไม่พูดเขาก็ไม่รู้ตัว แล้วยิ่งเก็บไว้มันก็ยิ่งไม่ดี ถ้าจะยกตัวอย่าง เราก็เคยเจอกับตัวเรื่องนึงค่ะ ตอนเพิ่งย้ายเข้ามหาลัยใหม่ๆ มาอยู่หอ ซึ่งเราไม่เคยอยู่หอมาก่อน เมตเราก็เป็นคนที่เพิ่งเคยเจอ แรกๆก็คุยกันดี แต่พออยู่ๆไป เขาก็เงียบๆ แล้วเวลาเราพูดอะไร เขาก็ไม่ค่อยโต้ตอบ เหมือนพยายามเลี่ยง แล้วไปๆมาๆก็กลายเป็นต่างคนต่างอยู่ ตอนนั้นเราเครียดมากๆ อึดอัด ไม่เข้าใจ เคยคิดจะไปพูดกับเขาให้รู้เรื่องว่าไม่ชอบอะไรเราหรอ? แต่พอไปปรึกษาเพื่อน เขาก็บอกว่าอย่าไปถามเลย เราก็เลยไม่ได้ถาม ก็อยู่อย่างอึดอัดต่อไป จนสุดท้าย เขาเป็นฝ่ายพูดกับเรา แต่ตอนที่เขาพูดกับเรา เขาก็พาเพื่อนเขาขึ้นมาบนห้องด้วย แล้วก็บอกว่าที่เขาทำตัวแบบนั้นเพราะเขาไม่ชอบบางสิ่งที่เราทำ(เช่นเปิดแอร์บ่อยๆ แล้วคือเราก็ไม่รู้ไงคะ ว่าเขาไม่ชอบ เพราะอยู่บ้านเราก็เปิดแอร์ทั้งวันอยู่แล้ว เป็นพวกขี้ร้อนน่ะค่ะ) แล้วทีนี้ก็เริ่มสร้างกฏการอยู่ร่วมกันขึ้นมา เราก็รับได้นะคะ ยังไงก็ได้ ไม่ว่าอยู่แล้ว แต่พอมาถึงจุดนั้น อะไรๆมันก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว ถึงจะทำตามที่เขาว่า แต่ระหว่างเรามันก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว คือ.. เข้าใจที่พูดใช่มั๊ยคะ ^^' สรุปก็คือ ถ้ามีอะไรก็บอกมาตรงๆเลย แต่ถ้าบางเรื่องปล่อยได้ ทนได้ ไม่พูดก็โอเค แต่ถ้าเริ่มทนไม่ได้ พูดออกมาดีกว่านะ (ตอนนี้ก็เปลี่ยนเมตไปแล้วล่ะค่ะ)

แต่ก็อีกนั่นล่ะ.. บางที.. ถึงจะพูดกับคนๆนั้นไป เขาก็อาจจะไม่สนใจ หรือกลายเป็นเรื่องยุ่งมากกว่าเดิมตั้งแต่แรกก็ได้เนอะ sad smile คนบางคนมันก็นิสัยต่างกันนี่นา~ เฮ้อ~
#9  by  ma_ki At 2007-11-27 22:49, 

<< Home


Wassery_harp
View full profile