Personal

เหอะๆ หลังจากที่ลั่นวาจาไว้นาน สุดท้ายก็มาร่วมหัวจมท้ายกับ exteen จนได้
เนื่องจากเคยลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่ทำเวบบล๊อกภาษาไทย และจะไม่ทำ exteen แต่ตอนนี้ก็ต้องยอมแพ้ไปแล้วหน่อยๆล่ะนะ
แต่บล๊อกที่นี่ตั้งใจว่าจะไม่ทำเป็นไดอารี่ แต่จะทำเป็นที่ที่เอาไว้บ่น
เนื่องจากปกติเขียนบล๊อกไว้ที่ www.livejournal.com (ผู้ใดสนใจแว่บไปดูตรง favourite ได้นะจ้ะ มีไดเราอยู่) และเขียนเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นแอบปนๆญี่ปุ่นหน่อยเวลาจะแอบด่าใคร หุๆ
แต่ล่ะนะ ในชีวิตจริงเนี่ยมันมีเรื่องที่อยากจะบ่นอยู่มากกกกกก โดยเฉพาะไอ้ที่มันบ่นเป็นภาษาอังกฤษไม่ไหวเนี่ยแหละ แล้วก็เรื่องที่มันเกี่ยวกะภายในประเทศอย่างเดียวบางทีก็ไม่ค่อยอยากประกาศให้รู้กันทั่วโลก

เพราะงั้นบล๊อกนี้จะทำไว้เพื่อการบ่นโดยเฉพาะเท่านั้น

หัวข้อการบ่นก็ยังไม่แน่นอน แต่คิดว่าจะบ่นไปเรื่อยๆทั้งเรื่องในสังคมหรือเรื่องที่เจอในชีวิตประจำวัน เลยยังไม่รู้ว่าจะจัด catagory ยังไงดี ก็ไว้ก่อนละกันนะ~~ ^^

ข้อควรระวังอีกอย่างสำหรับท่านๆที่เผอิญมาเจอก็คือ เจ้าของบล๊อกจัดว่าเป็นคนปากจัดใช้ได้ทีเดียว

ก็ไม่คิดว่าจะให้หยาบคายรุนแรงอะไรนัก แต่ก็นะ บ่นๆไปเรื่อยๆมันก็ต้องมีจิกกัดกระแนะกระแหนอยู่บ้างล่ะน่า ก็อยากจะขออภัยไว้ ณ ที่นี้ หากมีอะไรก็ท่านๆผู่อ่านคิดว่ามันเกินไป

แล้วก็เรื่องแรกที่จะบ่นเกี่ยวกับบล๊อกเป็นการประเดิมก็คือ
บล๊อกนี้ไม่ต้อนรับพวกเมนท์มั่ว แล้วก็ลากไปเมนท์ไดตัวเอง

เนื่องจากว่าได้ยินมาจากเพื่อนที่ใช้ exteen มาก่อน มันเริ่มมีพวกที่เข้ามาเมนท์มั่วในไดชาวบ้านชาวเมืองแล้วก็มาบอกว่า "เมนท์ให้แล้วนะ ไปเมนท์ไดเราด้วยล่ะ" อีพวกนี้เนี่ย ไม่ต้องมาที่นี่ ไม่มีเวลาไปเมนท์ให้คนไม่รู้จักหรอกย่ะ แค่เรียนเล่นเกมกะการ์ตูนก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้วเนี่ย ^^" เอาเวลาที่มานั่งมั่วขอให้ชาวบ้านไปเมนท์ไดตัวเองเนี่ย ไปทำอะไรที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ดีมั้ย? สงสารคนที่เค้าทำมาหากินหาเงินมาจ่ายค่าเน็ท ค่าไฟ ค่าข้าวปลาอาหารบ้างนะจ้ะ แล้วก็นะ "คนเมนท์ไดให้เยอะเนี่ย ไม่ได้แปลว่าไอคิวหรืออีคิวมันจะสูงขึ้นหรอกนะ แถมบางทีมันค่อนข้างจะแสดงถึงค่าทางตัวเลขที่ต่ำของไอคิวและอีคิวเสียอีก"

เอาล่ะ งวดนี้แค่นี้พอก่อนละกันนะเจ้าคะ ^^
อ้อ! แล้วก็เพื่อนๆท่านใดมาเห็นไดนี้แล้วเกิดอารามอยากชี้แจงทางสว่างในการแต่งไดเสียหน่อยก็ยินดีรับฟังนะคะ เพราะไม่ค่อยมีเวลาอ่ะค่ะ (ยุ่งบ้าบอกับชีวิตตัวเองเยอะ) อยากเรียนทางลัดมากกว่า อิอิ


edit @ 2006/03/17 22:38:47

รู้สึกไม่ค่อยดีกับตัวเองยังไงก็ไม่รุ้ที่มีแต่เอนทรี่ที่เกียวกับญีปุ่นและการ์ตูน
แต่ก็เอาเหอะน่า มันใกล้ตัวเรานี่นา แถมหมู่นี้โดนโจมตีเป็นชุดเลยด้วย เลยคิดอยากจะเปลี่ยนบรรยากาศหน่อย ไม่อยากพูดเรื่องการ์ตูนอย่างเดียว วันนี้เลยจะมาเสนอเรื่องบนเน็ทเรื่องหนึ่งแทนที่บางคนอาจจะคิดว่ามันไม่เป็นปัญหา แต่เราก็รำคาญมันอยู่เล็กๆ (แต่บางคนก็รำคาญไม่เล็กนะ) น่านก็คือ...

FWD...

Forward mail นั่นเอง...
ก็ยอมรับนะว่า FWD ดีๆก็มีหลาย บางอันก็น่าสนใจ บางอันก็น่ารัก บางอันเพื่อนๆก็ส่งมาให้ด้วยความปรารถนาดี แต่มันก็มีบาง FWD นี่น่ารำคาญอยู่หลายๆอันเช่นกัน
เช่น...
เตือนไวรัส... ที่สุดแสนนนนนนจะ up to date ม๊ากกกกกมากกกกก ประมาณว่าเราได้รับมาราวๆ 20 รอบในระยะเวลาประมาณ 5 ปีได้มั้ง อี Celcom screensaver เนี่ย
หรือ ตามหาคน - หาทุนช่วยเหลือ บางอันก็ได้มาราวๆ 3 ปีแล้ว ก็ส่งกันอยู่นั่น บางอันก็ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็น Hoax ก็ยังส่งต่อกันอยู่นั่น ถ้าใครเนื้อที่ mail น้อยๆ รับ FWD เยอะๆมันก็น่ารำคาญเหมือนกันนะเนี่ย
แต่ไอ้ที่เราเกลียดที่สุดคือ...

FWD ที่มันแช่งไปในตัว

ทำม๊ายยยทำไมนะ คนเราถ้าเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองเขียนดี ก็ไม่เห็นต้องกังวลว่าจะไม่มีคนอ่านไม่มีคนสนใจ แสดงว่าไอ้พวกที่ชอบพิมพ์ต่อท้าย FWD ประมาณว่า "ใครไม่ส่งต่อขอให้ไม่มีแฟน" "ใครไม่ส่งต่อครบ 10 คน ขอให้ไม่มีเพื่อนรัก" อีพวกนี้เนี่ย มันรู้ตัวใช่มั้ยว่าไอ้ที่มันพิมพ์ส่งชาวบ้านเนี่ย มันงี่เง่าสิ้นดี ถึงได้ต้องขู่ ต้องแช่ง ไม่งั้นกลัวไม่มีคนส่งต่อ
ข้อความดีๆ คนได้อ่านมีความสุขก็ย่อมต้องอยากส่งต่อให้คนที่เรารักอยู่แล้ว
แต่นี่ต้องแช่งชาวบ้านเขา คนอ่านมานานๆมีความรู้สึกดีๆ พออ่านตอนจบแล้วรู้สึกแย่มากๆ
เดี๋ยวนี้เวลาเราเจอ FWD แบบนี้ เราไม่อ่านเลยนะ แล้วก็ไม่ส่งต่อใครด้วย
ไม่เชื่อหรอกว่าไอ้คนพวกที่ทำตัวไร้สาระแบบนี้จะแช่งใครได้จริง
มันเป็นใคร มันมีสิทธิ์อะไรมาแช่งเรา ทำแบบนี้มันเข้าข่ายคุกคามหรือเปล่า? ถ้าเราไม่ส่งต่อมันเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากขนาดที่ต้องแช่งกันเลยรึไง?

แล้วก็กราบขอโทษเพื่อนๆไว้ตรงนี้ด้วยเลย เพราะเราขอประกาศเลยว่า FWD ส่งมาให้เราได้ เราอ่านบ้าง แต่เราไม่ FWD ต่อให้ใคร และไม่ส่งกลับด้วย แม้ว่าจะมีข้อความไว้ว่า "กรุณาส่งต่อให้คนที่ส่งมาให้คุณด้วย เพื่อแสดงความรัก บลาๆ..." ที่ไม่ส่งตอบไม่ได้แปลว่าไม่รัก แต่อีพวก FWD บางทีมันก็ไร้สาระสิ้นดี (และอย่างว่าบางอันก็มาแช่งกันอีกต่างหาก)เพื่อนเรา เราก็รักหมดทุกคนอยู่แล้ว (แต่ไอ้คนที่เคยเรียกว่าเพื่อนนี่ไม่เกี่ยวนะ)
ขอบอกไว้เลยว่าในชีวิตนี้คนทีเราเกลียดจริงๆก็คงมีแค่คนเดียว คือ .... (บางคนอาจจะรู้คำตอบ อิอิ)
เพราะฉะนั้น ไม่ต้องงอนนะจ้ะ ถ้าเราไม่ส่งอะไรกลับไป ส่งไป mail ก็เต็มเปล่าๆ

สุดท้ายนี้ขอจบว่า
ผลงานที่ดีจริง ไม่จำเป็นต้องเรียกร้อง ด่า แช่ง ให้คนอื่นมาอ่าน
ของดีจริง คนอ่านจะเข้ามาหาเอง
เพราะฉะนั้น เลิกทำตัวห่วยๆซะนะ

(ไม่ได้ด่าคน FWD นะ แต่ขอด่าคนคิดคนแรกเหอะ ห่วยจริงๆ การกระทำไร้รสนิยมแบบนี้)

PS : แอบดีใจเล็กๆที่เห็นคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนๆที่เรายัดเยียด url ไป มีเข้ามาอ่าน เข้ามาเมนท์บ้าง ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ แล้วถ้ามีใครที่อ่านอย่างเดียว ก็แสดงความคิดเห็นมาได้นะคะ อยากได้ความเห็นของทุกๆคนน่ะค่ะ ^^ เผื่อว่าโลกทรรศของเราจะได้กว้างขึ้น


edit @ 2006/02/03 21:46:24
edit @ 2006/03/17 22:37:48

อยากมอบเอนทรี่นี้ให้กับใครหลายๆคน รวมไปถึงเพื่อนเราคนนึงด้วย ที่พึ่งสูญเสียคนสำคัญไป
อันที่จริงความรู้สึกนี้ของเราเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสเขียนขึ้น บวกกับความรู้สึกตอนเราเสียพ่อไปที่ทำเอาเราตอนนั้นช๊อคไปเลย

เมื่อเร็วๆนี้ได้เล่น FFDC อยู่ฉากหนึ่ง
Series FF7 ในแง่หนึ่งที่เราชอบมากคือ ความหมายของความตายเนี่ยแหละ
เพราะทุกชีวิตมาจากดวงดาว
สักวันก็ต้องกลับสู่ดวงดาว
ความตายกลายเป็นเหมือนไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเท่าไหร่
แต่เหมือนเป็นความอบอุ่นอยู่ลึกๆ
เหมือนแอริธที่แม้จะตายไปแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของดวงดาว อยู่และคอยช่วยเหลือเพื่อนๆ
หรือแม้แต่ใน FFDC ที่ชาลัวร์ปรากฏขึ้นต่อหน้าเชลค์แล้วบอกว่า ตัวเองจะกลับสู่ดวงดาวด้วยดีมั้ย เมื่อเชลค์ตอบว่าอย่าไป เธอก็ตอบน้องสาวของเธอว่า

"แค่เพียงกลับสู่ดวงดาวเท่านั้นล่ะ แล้วเราก็สามารถพบกันได้อีกในสักวัน"

ความตายไม่ใช่การพรากจากชั่วนิรันดร แต่สักวันเราก็จะพบกันใหม่
เป็นการลาจากเพื่อพบกันอีกครั้ง

ตอนพ่อเราเสีย เราก็เหมือนอะไรๆมันตื้อไปหมด
แต่ตอนนี้เราอยากจะเชื่ออย่างนี้
ว่าสักวันเราจะได้พบกันอีกครั้ง
คนที่จากโลกนี้ไป อาจจะกลับคืนสู่ดวงดาว หรือไปยังที่ใดสักแห่ง
แต่สักวัน...
เราคงได้พบกันอีก...

ขอให้ทุกคนที่โศกเศร้ากับการจากไปของคนที่รักร้องไห้เถอะ ร้องให้เต็มที่ เพื่อที่จะยืนหยัดให้ได้ในวันต่อไป
หรือสักวันที่คิดถึงเขาเหล่านั้น จะร้องไห้บ้างสักนิดก็ไม่เป็นไร
เพราะน้ำตาของเรา หมายถึงความรักที่มีต่อเขา
แต่อย่าร้องไห้จนลืมสิ่งที่ตัวเองควรทำไป
อย่าร้องจนทำร้ายตัวเอง
เพราะสักวันที่เราได้พบเขาอีกครั้ง
เราจะได้พบเขาอย่างเต็มภาคภูมิ

และก็ขอมอบเพลงเพลงหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าคนอื่นคิดเหมือนเรารึเปล่า แต่ตอนพ่อเราเสีย เพลงๆนี้ทำให้เรานึกถึงพ่อเราได้ดีที่สุด

Who... By Ayumi Hamasaki
Lyrics from : www.animelyrics.com// http://www.animelyrics.com/jpop/hamasaki/who.htm

uh - la... la... la...
    uh - la la la ...

tsurai toki dare ga  soba ni ite kurete
dare ka no kata de namida o nagashita?
yorokobi ha dare to wakeatte
dare to te o toriatte kita?
omoide shite iru yo
    when i was sad , who was by my side
    who was it that lent me his shoulder to cry ?
    when i was happy , who did i share it with ?
    who was it that i held hands with happily
    i am remembering them one by one

futari hanarete sugoshita yoru ha
tsuki ga tooku de naiteita yo
futari hanarete sugoshita yoru ha
tsuki ga tooku de naiteita yo
    on nights that pass by when you and i are seperated
    the bright moon is crying in the distance
    on nights that pass by when you and i are seperated
    the bright moon is crying in the distance

hontou no tsuyosa ha  dare ga oshiete kurete
yasashisa ha dare ga  tsutaetete kureta?
    who was it that let me know what is true strength?
    who was it that told me what was gentleness?

dare ga ita kara arukou toshite
dare ni kami o nadete hoshikatta?
dare ga akiramenaide ite kureta?
wasurenai yo zutto
    who was it that made me want to start taking the first
    steps
    hoping for who to come and stroke my hair
    who was it that was always by my side?
    i will never forget

michi ni mayotta toki soshite
michi ga too sugita toki ni
hitori tsubu yaiteita yo
sonna mono dato...
    when i was lost
    when i felt the road was too long
    i constantly told myself
    that reality is like this...

kore kara mo zutto kono utagoe ga
anata ni todokimasu you ni to
kore kara mo zutto kono utagoe ga
anata ni todoku you ni to
    but i hope that from today onwards
    this song will be with you forever
    but i hope that from today onwards
    this song will be heard by you forever

kore kara mo zutto kono utagoe ga
anata ni todokimasu you ni to
kore kara mo zutto kono utagoe ga
anata ni todoku you ni to
    but i hope that from today onwards
    this song will be with you forever
    but i hope that from today onwards
    this song will be heard by you forever

เราเองก็พูดไม่ค่อยเก่ง ไอ้ที่พอจะทำได้จริงก็คือเรื่องเขียนเนี่ยแหละ
นี่เป็นความรู้สึกที่เราอยากบอกเพื่อนคนนั้นและก็คงเหมือนเป็นการย้ำเตือนตัวเองด้วย

แดใครสักคน ในที่ไหนสักแห่งหนึ่ง ที่เราจะได้พบกันในสักวัน...


edit @ 2006/03/17 22:37:06


Wassery_harp
View full profile